"ช่วง HMR" ที่มือใหม่ควรรู้จัก และมือเก่าก็ควรตระหนัก เจ้า HMR ในตลาด Forex ย่อมาจาก
Higher Margin Requirements ซึ่งหมายถึง ข้อกำหนดมาร์จิ้นที่สูงขึ้น นี่คือกลไกการป้องกันความเสี่ยงที่โบรกเกอร์นำมาใช้ในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูงหรือมีความเสี่ยงที่จะเกิดการเคลื่อนไหวของราคาอย่างรุนแรง
โดยปกติ HMR จะถูกนำมาใช้ในสถานการณ์ต่อไปนี้:
- ช่วงการประกาศข่าวสำคัญ: โบรกเกอร์อาจกำหนดให้ใช้มาร์จิ้นสูงขึ้นสำหรับคำสั่งซื้อขายที่เปิดในช่วง 15 นาทีก่อนและ 90 วินาทีหลังจากมีการประกาศข่าวเศรษฐกิจที่มีผลกระทบสูง เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาที่ไม่คาดคิด
- ช่วงปิดตลาด (สุดสัปดาห์หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์): อาจมีการใช้ HMR ตั้งแต่หลายชั่วโมงก่อนตลาดปิดจนถึงช่วงที่ตลาดเปิดทำการอีกครั้ง เพื่อลดความเสี่ยงที่เกิดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดหยุดทำการ
ในช่วง HMR นี้ เลเวอเรจสำหรับตราสารทางการเงินที่ได้รับผลกระทบจะถูกจำกัดหรือปรับลดลงโดยอัตโนมัติ ทำให้คุณต้องใช้เงินทุน (มาร์จิ้น) ในบัญชีของคุณมากขึ้นเพื่อเปิดสถานะการซื้อขายในขนาดเดียวกัน
คุณสามารถตรวจสอบช่วงเวลา HMR ที่แน่นอนสำหรับแต่ละตราสารได้จากโบรกเกอร์ที่คุณใช้งานอยู่
บางคนอาจสงสัยว่า หากถือสถานะซื้อขาย (order) อยู่ก่อนช่วงเวลาที่ HMR เริ่มต้นจะเป็นอย่างไร ก็สบายใจได้ครึ่งนึงว่า จะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง จากการเปลี่ยนแปลงเลเวอเรจหรือข้อกำหนดมาร์จิ้นที่เพิ่มขึ้น กฎ HMR จะมีผลบังคับใช้เฉพาะกับสถานะใหม่ที่คุณเปิดระหว่างช่วงเวลานั้นๆ เท่านั้น
รายละเอียดเพิ่มเติม:
- ไม่กระทบต่อสถานะเดิม: สถานะที่เปิดไว้ก่อนหน้าจะยังคงใช้เลเวอเรจและมาร์จิ้นตามที่คำนวณไว้ในตอนแรก
- ป้องกันความเสี่ยง (Margin Call/Stop Out): สิ่งสำคัญคือคุณต้องแน่ใจว่ามาร์จิ้นอิสระ (Free Margin) ในบัญชีของคุณมีเพียงพอที่จะรองรับความผันผวนของราคาที่อาจเกิดขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงเวลานั้น หากราคามีการเคลื่อนไหวสวนทางกับสถานะของคุณมากพอจนทำให้ระดับมาร์จิ้น (Margin Level) ต่ำกว่าเกณฑ์ที่โบรกเกอร์กำหนด (เช่น 50% หรือ 20% แล้วแต่โบรกเกอร์) บัญชีของคุณก็ยังคงเสี่ยงต่อการถูก Margin Call หรือ Stop Out (การปิดสถานะโดยอัตโนมัติ) ได้ตามปกติ
อย่างไรก็ตาม แม้ว่า HMR จะไม่เปลี่ยนกฎสำหรับออเดอร์เก่า แต่การจัดการความเสี่ยงและรักษาระดับมาร์จิ้นให้สูงไว้ในช่วงที่มีความผันผวนสูงยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะกลยุทธ์ที่คุณต้องใช้ในการปรับพอร์ต หรือแก้พอร์ตในช่วงนั้นๆกฏ HMR กำลังมีผลคุณจะต้องใช้เงินทุนมากขึ้นในการเปิดออเดอร์ และต้องระวังความเสี่ยงจากความผันผวนสูงครับ
นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคุณเทรดในช่วง HMR:
1. ต้องใช้มาร์จิ้นสูงขึ้นอย่างมาก
นี่คือผลกระทบหลักและสำคัญที่สุดครับ เนื่องจากเลเวอเรจถูกปรับลดลง (เช่น จาก 1:500 เหลือ 1:50 หรือ 1:100) คุณจึงต้องวางเงินประกัน (มาร์จิ้น) มากขึ้นหลายเท่าเพื่อเปิดออเดอร์ขนาดเท่าเดิม
- ตัวอย่าง: หากปกติคุณใช้มาร์จิ้น $200 ในการเปิด 1 ล็อต เมื่อมี HMR คุณอาจจะต้องใช้ถึง $2,000 ในการเปิดขนาดเท่ากัน
2. ความสามารถในการเปิดออเดอร์ลดลง
เนื่องจากเงินทุนส่วนใหญ่ของคุณถูกใช้เป็นมาร์จิ้นในการเปิดสถานะใหม่ ทำให้ "มาร์จิ้นอิสระ" (Free Margin) ลดลงอย่างรวดเร็ว คุณอาจเปิดออเดอร์ได้น้อยลง หรือเปิดได้ในขนาด (Lot Size) ที่เล็กลงกว่าปกติมาก
3. ความเสี่ยง Margin Call/Stop Out สูงขึ้น (หากถือออเดอร์เดิมอยู่)
แม้ว่าออเดอร์เดิมที่เปิดไว้ก่อน HMR จะไม่โดนเปลี่ยนมาร์จิ้น แต่ช่วงเวลาที่มี HMR คือช่วงที่ตลาดมีแนวโน้มผันผวนรุนแรง (เช่น ช่วงประกาศตัวเลข NFP, อัตราดอกเบี้ย)
- ความเสี่ยงคือ: หากราคาวิ่งสวนทางกับออเดอร์คุณอย่างรวดเร็ว บัญชีของคุณอาจโดน Margin Call หรือ Stop Out ได้ง่ายกว่าปกติ เพราะการเคลื่อนไหวของราคาเพียงไม่กี่ Pip อาจมีมูลค่าสูงมาก
4. สเปรด (Spread) อาจถ่างออกกว้างมาก
ในช่วงที่มีข่าวสำคัญหรือมีความไม่แน่นอนสูง สภาพคล่องในตลาดจะลดลง ส่งผลให้สเปรด (ส่วนต่างระหว่างราคา Bid และ Ask) กว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ต้นทุนในการเข้าเทรดสูงขึ้น และอาจทำให้ออเดอร์ใหม่ของคุณติดลบเยอะทันทีที่เปิด
สรุปการเทรดช่วง HMR:
การเทรดช่วง HMR จึงเป็นช่วงที่ต้องใช้ความระมัดระวังสูงสุด ไม่แนะนำสำหรับมือใหม่ ควรเตรียมเงินทุนให้เพียงพอมากๆ หรือหลีกเลี่ยงการเทรดในช่วงเวลาดังกล่าวไปเลย และรอให้ตลาดสงบลงหลังจากข่าวประกาศไปแล้วจะดีกว่าครับ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น